เขียนขอบคุณปีนี้

posted on 30 Dec 2014 22:45 by wiwanwoon
หลังจากบิวท์อารมณ์อยู่นาน 
ได้เขียนสักที 
ปีนี้มีอะไรให้เรียนรู้เยอะมาก 
บททดสอบหนักพอสมควรเลยอ่ะ 
เริ่มตั้งแต่สอบตก อกหัก เรียนหนัก ตังไม่ค่อยพอใช้ 
 
ปีนี้สำหรับเรื่องเรียน คือแบบสองตกสองวิชาเลย 2 เทอมก่อนหน้านี้
แต่เทอมล่าสุดสอบผ่านนะ เย้ๆ 
สำหรับการสอบตก มันเป็นอะไรที่โคตรเฟลอ่ะบอกเลย 
แต่รู้ตัวแหละ เป็นที่เราเอง ที่ไม่ขยันพอ 
ทำพลาดซ้ำๆ มันน่าหงุดหงิดเหมือนกันสำหรับเรา 
คือแบบ ด่าตัวเองทุกวัน สุขภาพจิตไม่ค่อยดีเท่าไหร่ 
แต่ก็ต้องขอบคุณครอบครัวที่ไม่เคยดุ ไม่ว่า กลับปลอบใจอีก
คือแบบป๊ากับแม่ ขอบคุณมากๆที่เข้าใจ 
ทุกครั้งที่เหนื่อย ที่ท้อ หรืออะไร
คือแบบมองป๊ากับแม่แล้วก็คิดว่าต้องสู้อ่ะ
เค้าสู้เพื่อเรามามาก เราต้องสู้เพื่อเค้าบ้าง
แล้วก็คนรอบข้างอ่ะ ที่คอยช่วย คอยถาม คอยเตือน 
คือตอนแรกบอกตรงๆว่าแบบ สมเพชตัวเองอะ 
แต่พอได้คุยกับคนอื่น ได้ฟังคนอื่น คือแบบดีขึ้นเยอะ
ไม่เศร้า ไม่เหงา แรกๆคือเครียดมากจริงๆอ่ะ
 แต่ขอบคุณนะ สุดท้ายเราดึงเกรดขึ้นมาได้ 
ขอบคุณอาจารย์ด้วย ที่พอเราไปคุย อาจารย์ไม่ว่าเรื่องที่สอบตก
แต่เลือกจะชมวิชาที่ทำได้ดี ขอบคุณมากๆค่ะอาจารย์
ขอบคุณทุกๆโอกาสที่เข้ามา 
มาทำให้เราพิสูจน์ตัวเอง
แก้ไขความผิดพลาดในสิ่งที่ผ่านมาได้ 
และก็ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายและธรรมะค่ะ 
ที่ช่วยในการเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
ทำให้ปลงกับอะไรหลายๆอย่าง
และอยู่กับปัจจุบัน ทำปัจจุบันให้มันดี 
 
เรื่องความสัมพันธ์กับคนอื่น 
จะไม่พูดเเค่เรื่องความรักอ่ะเนอะ
ปีนี้คือแบบก็ได้รู้จักใครเพิ่ม
รู้จักคนมากขึ้นนะ คนที่รู้จักอยู่แล้วก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น
จากการทำอะไรด้วยกันหลายๆอย่าง 
ก็ได้รู้นะว่าการทำงานร่วมกับคนอื่น ต้องใจเย็นแต่รวดเร็วอ่ะ
ต้องวางใจกลางๆ มองมุมที่เป็นด้านสร้างสรรค์
และที่สำคัญคือรับผิดชอบหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด
แล้วก็ได้รู้ด้วยว่าจริงๆแล้วคนอื่นๆไม่ได้เป็นแบบที่เรามองเสมอไป
ลองได้สัมผัส พูดคุย เค้าก็ไม่เลวร้ายหรือน่ากลัว แบบที่เราตั้งกำแพงไว้เลย 
หรือคนที่เราคิดว่าเค้าไม่ได้เรื่อง แบบเฮ้ย ไม่ไหวนะ 
เค้ากลับดีกว่าที่เราคิดไว้ มีความรับผิดชอบดี 
ปีนี้คงต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่ละ 
คือจะมองคนแล้วไม่ด่วนตัดสินอะไรไปมาก 
แต่ก็คงมีกำแพง ไม่สิ เรียกว่าเส้นขอบเขตโลกส่วนตัวของเราดีกว่าเนอะ
ก็นั่นแหละ ใครที่จะเข้ามาได้จริงๆ เราไม่ได้เปิดเข้ามายากอะไร 
แต่อยู่ที่ว่าเมื่อรู้จักกัน ใช้เวลาด้วยกัน เราและคุณเข้ากันได้ไหม
คลิกกันไหม อาจไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน 
แต่ทั้งเราและคุณแค่เข้าใจในกันและกันจริงๆ หวังดีและไม่คิดร้ายกับเราก็พอ
 
สำหรับความรัก
จริงๆแม้ว่าจะไม่ได้มีใครเป็นตัวเป็นตน
แต่คนที่ผ่านมาและการที่เราอยู่กับตัวเองก็เป็นอะไรที่สอนเราหลายๆอย่างนะ 
ความรักมันไม่ได้ง่าย ถ้าจังหวะและเวลาไม่ตรงกัน
บางครั้งมันอยู่แค่เราเปิดใจรึเปล่าเท่านั้นแหละ
คนทุกคนย่อมมีเหตผลในการรักหรือไม่รักใครทั้งนั้น
จริงๆเหตุผลเค้าอาจจะไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้น
หากเพียงแต่ความรู้สึกมันบอกว่าไม่ใช่ 
การที่เราไม่รักใคร ไม่ใช่ว่าเรารังเกียจ หรือตัวเขามีอะไรไม่ดีขนาดนั้น
แต่ความรู้สึกมันแค่บอกว่าไม่ใช่ เราไม่ได้ดี เธอน่าจะได้เจอใครที่ดีกว่าเรา
 
การอยู่แบบไม่มีความรักกับใครจริงจัง
สอนเราว่ามันอยู่ได้ แต่มันขาดชีวิตชีวาในบางมุม
เวลาฟังเพลงมันว่างเปล่า ไม่รู้จะเอาใครมาเป็นพระเอกมิวสิค 
หรือเป็นคนที่เราอยากสื่อสารกับเค้าผ่านดนตรี
แต่ไม่ใช่ว่าจะฟังเพลงไม่เพราะนะ 
ก็ยังคงเพราะอยู่เหมือนเดิม ในความรู้สึกที่ต่างกันออกไป
..... แต่พอความรักจะเข้ามาแทรกซึม
มันก็เข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัว 
ทำให้หัวใจ แม้จะยั้งการกระทำที่จะแสดงออกต่อใครซักคน 
แต่ห้ามความรู้สึกไม่ได้ 
แม้เราจะอยู่ในจุดที่ทำอะไรเพื่อเค้าไม่ได้เลย 
เพราะกังวลว่าเค้าจะไม่อยากได้รับ 
แค่จะทักยังไม่กล้าเลย 
แต่ที่เราทำ ก็พัฒนาเราหลายๆอย่างนะ 
เธอทำให้เราเปลี่ยนตัวเองเยอะแยะ
ทำให้เราอยากเห็นตัวเองในมุมใหม่ๆ 
ทำให้เรารู้ว่าถึงดีไม่พอ แต่วันนึงต้องดีกว่านี้ 
 
เอาเป็นว่าโดยภาพรวมคือขอบคุณเรื่องดีๆที่ทำให้ชีวิตเรามีความสุข 
หัวเราะได้ยิ้มได้
ขอบคุณเรื่องดีๆ ที่เราเจอ เพราะเราคงนำประสบการณ์ไปใช้เป็นบทเรียนในอนาคตได้
 
สุดท้ายนี้ สวัสดีปีใหม่นะคะ สมหวัง สุขภาพแข็งแรง และมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาค่ะ 
 
การบังเอิญพบกันของคนสองคน
โดยมีฝ่ายนึงสังเกตอยู่เงียบๆ 
อีกคนคงไม่รู้ คงจำไม่ได้
การพบกันโดยบังเอิญครั้งที่ 2 
เขาตัดผมใหม่ สั้นลงกว่าเดิม
วินาทีแรกเธอไม่มั่นใจ 
เพียงแต่รู้สึกถึงบางอย่าง 
เมื่อโฟกัสไปจึงรู้ว่าใช่เขา
มองชื่อที่เสื้อช็อป
เพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นเขา 
อีกครั้งที่เราได้นั่งรถคันเดียวกัน 
จะว่าเรื่องปกติ ก็ว่าได้ 
แต่หากจะว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญก็คิดได้
เพราะหากเธอเองมาย้อนนึกดู 
การขึ้นรถคันเดียวกับคนที่รู้จัก
มันไม่ได้บ่อยนัก
คนที่เจอไม่ซ้ำหน้ากัน 
แต่เธอกลับเจอเขา 
หรืออาจเพราะเธอใส่ใจเป็นพิเศษ
ก็อาจเป็นไปได้
ความเป็นไปได้มีมากมาย 
แต่จะเป็นเพราะอะไรก็ตาม
หลังจากการเจอกันครั้งนี้
รอยยิ้มก็เกิดขึ้นมา 
ความเหนื่อยและความกังวล
ถูกลดทอนไป 
เธอเดินยิ้มน้อยๆกลับเข้าหอ
Thanks for make me smile ^_^
ชีวิตช่วงนี้ก็มีอะไรที่หลากหลายดี 
ทั้งเครียด ทั้งสนุก ทั้งเรื่อยๆ 
อาทิตย์ที่แล้วไปเยาวราชมาแหละ ไปกับรูมเมทที่หอ
เอาจริงๆ เที่ยวตอนกลางคืนมันสบายดีนะ สักเย็นๆถึงค่ำๆ 
มันไม่ร้อน คนไม่เยอะมาก ไม่ต้องตื่นเช้ามาก 
หลงเสน่ห์กรุงเทพตอนกลางคืนซะละ 
ทริปนี้จริงๆตอนแรกก็ตื่นเต้นนะ 
พอมาใกล้ๆก็เฉยๆไม่อยากคาดหวัง
แต่พอใจก็ประทับใจหลายอย่างนะ
บรรยากาศดูมีเสน่ห์ของตัวเองดี 
แม่ค้าใจดีมาก ซื้ออย่างละนิดละหน่อยก็ไม่ว่า ยิ้มให้ด้วย 
ร้านก๋วยจั๊บที่ขายอยู่ตรงโรงหนังเก่า  ชามละ 50 
เรากับเพื่อนสั่งมากินด้วยกัน เค้าก็ให้ช้อนมาสองคันนะ 
น่ารักดี ไม่ต้องขอเพิ่ม 
แม่ค้าขายหมูสะเต๊ะ ตอนแรกเค้าถามเรา เอาเท่าไหร่ดีคะ
10 ไม้ 20 ไม้ -..- 
เราซื้อมาสองไม้กับขนมปังแผ่นนึง
ก็ใส่ถุงให้อย่างดี คุณป้าน่ารักอ่ะ 
คงรู้ว่าอยากชิมล้วน ๆ
อีกร้าน ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่อง อร่อยดี 
อ้อกินน้ำลิ้นจี่ปั่นด้วย อร่อยอ่ะ คือเอาลิ้นจี่มาปั่นจริงๆ 
หอม อร่อย จัดว่าโอเคเลย สำหรับนักทานน้ำปั่นอย่างเรา >< 
โทรมาบอกป๊า จริงๆอยากมามาก แต่ไม่มีใครว่างมา
เลยมาซะเองเลย ไว้วันหลังว่างๆจะต้องมาเดินกับป๊าให้ได้
ตอนกลับขึ้นรถสาย 1 ขึ้นผิดฝั่ง
เค้าเลยพาไปวนถึงท่าเตียน สุดสาย แล้วค่อยนั่งกลับมาโรบินสันบางรัก 
เพลินๆดีชมเมือง ชอบอ่ะ 
ตอนกลางคืนมีเสน่ห์ดี ทั้งตรงท่าเตียน 
ถนนท้ายวัง เยาวราช เจริญกรุง 
ทริปนี้ประทับใจความเรื่อยๆ ไม่รีบในการเดินทาง
 
จริงๆแล้วทุกเรื่อง ก็มีจังหวังของมันนะ
จะเร็วจะช้าไม่เท่ากัน
แต่มันก็เหมาะสมลงตัวสำหรับตัวของมันเอง